พลังวิชาการผสานศิลป์! คณะศึกษาศาสตร์ ม.รามคำแหง จัดใหญ่ “EDU Exhibition” ควบคู่เทศกาล “Soft Power” โชว์ศักยภาพนักศึกษาพลานามัย

[มหาวิทยาลัยรามคำแหง] – เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เนรมิตพื้นที่อาคารนครชุมให้เป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้และวัฒนธรรม โดยการจัดสองกิจกรรมใหญ่ “นิทรรศการทางการศึกษา (EDU Exhibition) ภาคเรียนที่ 2/2568”

และงาน “สานศิลป์ สืบวัฒนธรรม มรดกภูมิปัญญาไทย (Soft Power)” เพื่อมุ่งเน้นการสร้างครูรุ่นใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญทั้งศาสตร์การสอนและศิลปะทางวัฒนธรรม

​ยกระดับวิชาการผ่านนวัตกรรมสื่อการสอน (EDU Exhibition)
บรรยากาศ ณ ห้องประชุม NCB101 และ NCB106 เต็มไปด้วยความคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า โดยมีการนำเสนอสื่อการสอนของนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู 1 ไฮไลท์สำคัญคือการนำเสนอผลงานวิจัยรูปแบบโปสเตอร์ของ นายพีรวัฒน์ โพธิ์เย็น และ นายนุชิต บำเพ็ญพงษ์ พร้อมคณะนักศึกษาภาควิชาพลานามัย ที่ได้รับความสนใจอย่างมาก สะท้อนถึงคุณภาพการวิจัยเชิงปฏิบัติการที่สามารถนำไปใช้พัฒนาการเรียนการสอนได้จริงในอนาคต โดยมีหัวหน้าภาควิชาหลักสูตรและการสอน เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลการประกวดสื่อการสอนเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่ว่าที่แม่พิมพ์ของชาติ
​สะกดสายตาด้วย Soft Power แม่ไม้มวยไทย

ในเวลาเดียวกัน ณ ลานเอนกประสงค์และลานศิลปวัฒนธรรม ได้มีการจัดงานสืบสานมรดกภูมิปัญญาไทย ซึ่งได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ณรัฐ วัฒนพานิช คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ เป็นประธานในพิธีเปิด บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยสีสันของผ้าไทยและชุดไทยโทนขาวดำตามคอนเซปต์การแต่งกาย

​จุดที่สร้างความตื่นตาตื่นใจที่สุดคือการแสดงศิลปะมวยไทย โดย รองศาสตราจารย์พงศ์ธร แสงวิภาค ได้นำนักศึกษาภาควิชาพลานามัย ร่วมร่ายรำไหว้ครูมวยไทยแบบโบราณ และสาธิตการต่อสู้ด้วยแม่ไม้และลูกไม้มวยไทยที่หาชมได้ยาก เพื่อตอกย้ำนโยบายการผลักดัน Soft Power ไทยสู่ระดับสากล นอกจากนี้ภายในงานยังมีนิทรรศการผลิตภัณฑ์มรดกภูมิปัญญาไทยและการอบรมเชิงปฏิบัติการทางวัฒนธรรมตลอดทั้งวัน

​บทสรุปแห่งความสำเร็จ
การจัดกิจกรรมควบคู่กันในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นเวทีให้นักศึกษาได้แสดงออกถึงทักษะวิชาชีพวิศวกรรมการสอนและการวิจัย แต่ยังเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกในการรักและหวงแหนในศิลปวัฒนธรรมไทย ถือเป็นก้าวสำคัญของคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ในการผลิตบัณฑิตที่ "เก่งงานวิชาการ เชี่ยวชาญกิจกรรม และลุ่มลึกในวัฒนธรรม" เพื่อเป็นกำลังหลักในการพัฒนาการศึกษาของชาติสืบไป